สอบครั้งสุดท้ายใน ป.ตรี

posted on 02 Mar 2010 12:02 by mamillaria

ประกาศ

เนื่องจากขณะนี้ 

แมมมิอยู่ในฤดูกาลสอบ  และไฟนอลโปรเจค มากมาย

เป็นการสอบครั้งสุดท้ายในชีวิต ป.ตรีแล้ว

 ทำให้ไม่ได้อัพเป็นเวลานาน

จึงขออภัยมา ณ ที่นี้

แล้วพบกับว่าที่บัณฑิต นิเทศ ฯ จุฬาฯ

เร็ว ๆ นี้ นะคะ

 

                        

        ใกล้วาเลนไทน์

     คุ้น ๆ มั้ยกับประโยคแบบนี้

 

 

โพลชี้  วัยรุ่นให้ของขวัญวาเลนไทน์ด้วยเซ็กส์

 

 

     วาเลนไทน์ โพลชี้ โจ๋ไทยห่วงมีเซ็กส์

 

 

         โจ๋จ้องมีเซ็กส์ วาเลนไทน์ โพลจี้สกัด

 

วาเลนไทน์ทีไร

ก็ต้องมีผู้ใหญ่หลายฝ่ายในบ้านในเมือง

ออกมาแสดงความกังวล  เป็นห่วง

คอยหามาตรการป้องกัน 

และโน้มน้าวใจให้วัยรุ่นยุติพฤติกรรมดังกล่าว

 

 

ถามจริง ๆ วัยรุ่นรู้มั้ยอะไรควร ไม่ควร?

 

 .....คงไม่มีใครที่ไม่รู้.......

ก็ด้วยเราต่างก็ได้รับการอบรมกรอกหูกันอยู่ทุกวัน

ว่าอย่าชิงสุกก่อนห่าม

 

เพราะมันจะตามมาด้วยปัญหาสังคม

 

 

อบรมกันทั้งในครอบครัว

ในสถาบันการศึกษา

ในวิชาสุขศึกษา 

และในวิชาพระพุทธศาสนา

ใครจะเถียงว่าไม่เคยเรียน 

ไม่เคยรู้....

             

 

 

 รักในวัยเรียนควรเป็นยังไง ? 

 

ต้องให้คุณค่าของความรัก

รักแบบให้เกียรติกัน

คอยช่วยเหลือกัน

คบกันอย่างมีสติ

ไม่หลงไปกับอารมณ์ 

สิ่งยั่วยุ  และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ 

 

 

ถามจริง ๆ ว่ารู้มั้ย

ลึกในใจก็รู้กันอยู่เต็มอก

 

เพียงแต่เรา ปล่อยให้สื่อยั่วยุในสังคม 

และค่านิยมผิด ๆ ซึ่งสอดคล้องกับ

สัญชาตญาณดิบของเรา มาครอบงำ

 

 

 .....วัยรุ่น วัยเรียนเอง.....

ต่างก็รู้ถึงวิธีรักอย่างสร้างสรรค์ 

คงไม่ต้องปล่อยให้ผู้ใหญ่ออกมาเตือนกันอยู่ทุกปี

 

 

แต่ละคน  แต่ละคู่ เลือกได้

 

ว่าจะสร้างสรรค์

 

หรือทำลายตัวเอง

 

 

 

วาเลนไทน์นี้...

ยังจะปล่อยให้สังคมหยามหยันอยู่หรือไม่ ?

 

ขณะนี้บริษัท  Mamillaria Corporation

เปิดรับสมัครคนรู้ใจ 1 อัตรา

ซึ่งคุณสมบัติของผู้สมัคร  มีดังนี้                   

 

1. เพศชาย  อายุ 21 - 27 ปี  สูง 170 - 175 ซม.

2. ผิวขาว  หน้าตาน่ารัก (แนวตี๋ + เกาหลี)

3. การศึกษา ปริญญาตรี (อย่างน้อย)

    จากมหาวิทยาลัย ดังนี้ จุฬาฯ  เกษตร  ธรรมศาสตร์

    บางมด  ลาดกระบัง หรือมหิดล

    (ถ้าจบวิศวะ  เศรษฐศาสตร์  รัฐศาสตร์  นิติ 

     หรือหนุ่มนักปรุงยา  จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ)

4. อบอุ่น  จริงใจ  ไม่เจ้าชู้  มีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูง

    มีความรับผิดชอบ  และเป็นผู้นำแมมมิได้

5. เป็นคนโรแมนติก  และมองโลกในแง่ดี

 

ผู้ที่สนใจสามารถส่งใบสมัคร 

หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบล็อกนี้

ทางเราจะติดต่อกลับไป

 

สมัครด่วน ! ก่อน  14  กุมภาพันธ์  ศกนี้

 

   ฮะ    ฮะ     ฮ้า     ฮ้า         ฮ้าาาาา                

วันนี้ไปทริปทำบุญ 9 วัด กับแม่ และเพื่อน ๆ แม่มาล่ะ

แฮปปี้มาก ๆ

อยู่กับแม่  แฮปปี้ทุกที่ 

ทุกเวลาอยู่แล้วว ^______^

 

 

 

จุดนัดพบของเราคือที่  สนามหลวง

(แอบเห็นคนเสื้อแดงกำลังรื้อหรือตั้งเวทีก็ไม่รู้)

เรานึกว่าจะมาทำไรกันอีก 

แต่ที่จริงเค้าคือ...เทศกิจของ กทม.!!!

เพิ่งรู้ว่าเทศกิจก็มีเครื่องแบบสีแดงด้วย

คงเพื่อความกลมกลืนละมั้งเนอะ ^^

 

 

 

ทริปนี้เริ่มต้นที่ วัดพระแก้ว  ต่อด้วยศาลหลักเมือง 

วัดโพธิ์  ศาลเจ้าพ่อเสือ  วัดบวร ฯ

วัดสุทัศน์  และวัดชนะสงคราม  ^^

 

 

 

ตอนที่เรากำลังไหว้พระแก้วมรกตอยู่

แม่ก็นั่งอยู่ข้าง ๆ

พอเราหันมา

แม่ก็ถือสร้อยเงินพระพิฆเณศองค์จิ๋วอยู่ในมือ

พร้อมกับใส่สร้อยให้เรา 

ด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก

ราวกับพระเอกในหนังรักโรแมนซ์

เพียงแต่เปลี่ยนคำพูดจาก

"ผมรักคุณ  แต่งงานกับผมนะครับแมม"

 

เป็น "แม่รักหนู  อยากให้หนูมีความสุขสมหวังนะก๊ะ"

 

เราปลื้มมาก ๆ รู้สึกซาบซึ้งในความรักของแม่

รู้สึกดีมากๆๆๆๆๆ มากกว่าตอนถูกขอแต่งงานอีก

 

เอ๊ะ..ไม่เคยนี่นา 

 

 

 

แล้วพอตอนอยู่ในรถ

แม่ก็ใส่กำไลเงินให้

พร้อมกับให้ผ้าพันคอไว้อีก 2 ผืน

 

 

เสมือนหนึ่งว่าแม่จะคอยอยู่เคียงข้างหนูไปทุกที่

แม้ในโลกแห่งความเป็นจริง

หนูต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ

และใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง

 

แต่แม่ก็จะแนบอยู่ในทุกอณูของหนู

เป็นเพื่อนคู่คิด  เมื่อชีวิตถึงทางเลือก

เป็นสายลมอุ่นไอ  เมื่อหัวใจเปลี่ยวเหงา

คอยส่งสัมผัสเบา ๆ ให้กำลังใจ

 

 

 

หนูรับรู้ได้ถึงความรักมากมายของแม่

การได้เกิดเป็นลูกของแม่

เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต

ขอบคุณล้านสิ่งดีที่แม่ทำให้ตลอด 21 ปีที่ผ่านมา

ขอบคุณมากที่สุดค่ะ

 

^__________^

 

 

 

GUESS ...  Who is my MOM ? 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นึกถึง = คิดถึง ?

posted on 29 Jan 2010 20:11 by mamillaria

นึกถึง

อาจเป็นเพียงความรู้สึกวาบแว่ว

เบาเบาแผ่วบาง  แล้วจางเลือนก็เป็นได้

 

ไม่รุ่มร้อนเหมือนรัก  ไม่หนักแน่นเหมือนคิดถึง

หากแต่ลึกซึ้งในความรู้สึก

 

นึกถึงเหมือนละอองเบาจาง

หากมีบางอย่างแสนดี  บางอย่างที่ใจรื่นชื่นบาน

อุ่นอุ่นกรุ่นหวาน  ลึกลึก

 

ฉันนึกถึงเธอ  ในหนทางฉัน

ไม่ต้องเกลียด  ไม่ต้องรัก  ไม่ต้องตระหนักต่อกัน

ว่า ณ มุมหนึ่งในโลกนั้น ฉันนึกถึง

 

Will you miss me when I'm gone ?

Or will you keep living your life

Just like nothing ever occurred ?

 

 

 

   AND     

แมมมิ in white dress        มอมแมม  in black dress

White thinking                General teenager thinking

 

 

มอมแมม : ก่อนจะแต่งงาน อยากมีแฟนซักกี่คนอ่ะ แมมมิ ?

แมมมิ  :   ใจจริงน่ะอยากมีแฟนคนเดียว 

         คบกันนาน ๆ แล้วก็แต่งเลย ^^

         แต่ในชีวิตจริงยังไม่ได้ซักที  เฮ้อ...

มอมแมม : มีหลาย ๆ คนก่อนก็ดีนะ จะได้มีประสบการณ์เยอะ ๆ

        ได้ฝึกปรับตัว  พอเจอคนที่ใช่ 

        จะได้ราบรื่นไง ดีมะ ๆ

แมมมิ  :   ก็ดีนะ  แต่เอ๊ะ ! ประสบการณ์ที่ว่าเนี่ย

         ไม่ใช่ประสบการณ์อย่างว่า.... ใช่มั้ย  ?

มอมแมม : อ่าาา เราหมายถึงประสบการณ์ในการปรับตัวเข้าหากัน

       แล้วก็ประสบการณ์ในการปรับขนาดให้พอดีกัน 

       ด้วยนิหน่อย ฮี่ ฮี่   @_@

แมมมิ  : ไม่ดีม้างงง  ประสบการณ์อันหลังไม่เห็นจำเป็นเลย 

มอมแมม : แต่เราก็เห็นแฟน ๆ หลายคู่ชอบลองปรับขนาดกันดูนะ

        โดยเฉพาะผู้ชายอ่ะ  ชอบขอ  ผู้หญิงอ่ะไม่ได้อยากหรอก

        แต่เราคิดว่ายอมเพราะ  รัก  หรือก็อาจจะอยากลองบ้าง

        แต่ไม่น่าจะมากเท่าผู้ชายอ่ะ

แมมมิ   :    เราขอค้านนนนน พฤติกรรมอย่างนี้    

           สำหรับเราพรหมจารีย์ 

           เป็นสิ่งมีค่าที่ผู้หญิงทุกคนควรรักษาไว้

           ไม่ใช่เพื่อสามีในอนาคตเพียงอย่างเดียว 

           แต่เพื่อคุณค่าของตัวคุณด้วย

           

มอมแมม : ก็เราไม่บอก  เค้าจะรู้ได้ไงอ่ะ

แมมมิ  : โหยย..ผู้ชาย  เล่าให้กันฟังอยู่แล้ว   

       เรื่องอย่างงี้ผู้ชายรู้กัน  ไม่เชื่อ...ขอเสียงผู้ชายหน่อย  

 

                            

                 Phone in พี่ดอม

 

พี่ดอม  : ก็จริงนะครับ  ผู้ชายเราไม่ปิดกันหรอก  

        ไม่งั้นพี่จะได้ฉายา "ลัม มหาเสน่ห์" มาเหรอครับ 

        ฮะฮ้า (ยักคิ้ว 2 ที)

แมมมิ   : แสดงว่า..กะน้องเพ้นท์นี่...พี่ดอมก็....เหรอคะ

พี่ดอม   : ไม่ครับไม่  พี่รู้ครับว่าอะไรควรไม่ควร  

         น้องเค้ายังเรียนอยู่    พี่ไม่ทำหรอกครับ

แมมมิ    : แล้วพี่ดอมคิดยังไงกับพรหมจรรย์คะ

พี่ดอม   : เป็นธรรมดาของผู้ชายครับ 

           ที่อยากมีกิจกรรมปรับขนาดกับแฟน

 

           ถ้าผู้หญิงให้เท่าไหร่  เราก็เอาหมดแหละครับ 

 

           แต่จริง ๆแล้วพี่เชื่อว่าผู้ชาย  100% ภูมิใจ

          ที่มีภรรยาเป็นสาวพรหมจรรย์ครับ 

           

พรหมจรรย์เป็นสิ่งมีค่า  ที่เราทุกคนต้องรักษาไว้

ตอนนี้อาจยังไม่รู้สึกอะไร

แต่ในวันข้างหน้า  ที่คุณมีลูกสาว 

คุณคงแทบขาดใจถ้าลูกมีอะไรก่อนวัยอันควร

และที่ช้ำใจกว่านั้นก็คือ 

คุณเองก็เป็นแบบอย่างของลูกไม่ได้

 

 

               

ทำไมผู้ชายชอบฟัน !!

posted on 27 Jan 2010 09:58 by mamillaria

เวลาผู้ชายตั้งวงเม้าท์กัน 

topic หนึ่งในนั้นฉันสืบรู้มาว่า

 

เป็นเรื่องผู้หญิง

 

ไม่ใช่ว่าผู้หญิงคนนั้นนิสัยยังไง 

วันนี้ไปกินติมกันมา

แต่เป็นว่าลีลายังไง  กูทำท่าไหน  สนุกมั้ยวะ

 

ดูเป็นเรื่องขำขัน  บนการย่ำยีพรหมจรรย์ของเพศแม่

 

 สำหรับฉันมันทุเรศมากกกก

 

ฉันเคยอ่านผลสำรวจที่บอกว่า

ผู้ชายจะคิดถึงเรื่องเซ็กส์ ทุก 1 นาที

ฟังแล้วก็ตกใจ  ไม่ใช่หรอกมั้ง  เวอร์เกิน

เลยไปถามเพื่อนชายคนหนึ่งดู

 

แมมมิ              "จริงป่าวอ่ะ  ที่ผู้ชายจะคิดเรื่องเซ็กส์ทุก 1 นาที "

M (นามสมมุติ)  " เฮ้ย... ไม่ขนาดนั้นอ่ะแมม  แต่ก็เกือบจริงนะ 

                      มันไม่ใช่คิดถึงเรื่องเซ็กส์ตลอด 

                      แต่อย่างมีผู้หญิงเดินมาเราก็มอง...อ่ะ

                      มันก็เป็นสิ่งแรก ๆ ที่เห็นอ่ะ  หรืออย่างว่าง ๆ เราก็คิดนะ "

แมมมิ             " ???"

                    (แอบสงสัยว่าคิดอะไร... แต่ไม่ได้ถาม)

 

ทำไมเวลาผู้ชายมองผู้หญิง

ต้องมองไปที่ นม  จิ๊  ส่วนโค้งส่วนเว้า

เห็นใครนมใหญ่เดินผ่านไปก็ต้องมอง

พลันสมองก็ต้องนึกถึงการฟัน !!

 

เพราะเริ่มต้นมองอย่างนี้  หัวผู้ชายเลยมีแต่เซ็กส์

 

ทำไมผู้ชายไม่มองที่หัวใจอันอ่อนโยนของผู้หญิง

เรือนร่างอันน่าทะนุถนอม

และคิดว่าพร้อมจะดูแลเธอ

 

 

ผู้หญิงไม่เห็นมีใครมองว่า

โอ้วว....อะจูมิใหญ่จัง  ชอบ ๆ เลย

ผู้หญิงมองที่หน้าตา  ฐานะ  นิสัย  เทคแคร์ดีมั้ย ฯลฯ

อะจูมิ คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะมอง

 

รักของผู้หญิงจึงไม่ใช่ เซ็กส์

 

 

แค่จุดเริ่มต้นของการมองก็ต่างกันแล้ว

รักแท้จะเกิดได้ยังไง

ถ้าผู้ชายยังมัวแต่จ้องฟัน !!!

 

 

 

หมายเหตุ : บุคคลในภาพเป็นเพียงนายแบบ

                 ทั้ง 2 เป็นคนดี ไม่ได้มีพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้น

 

 

 และแล้ววันที่ไม่คาดคิดก็มาถึง

แมมมิถูกจู่โจมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

 

 

โลกแห่งความรักช่างโหดร้าย

บางสิ่งที่คิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นบนโลกแห่งความรัก

มันก็เกิด...

ไม่มีความปราณี  

จากคนที่เคยบอกว่ารัก...

 

 

สำหรับฉันมันรุนแรงมาก

กับการที่ถูกลบรูปในมือถือที่เคยเป็นวอลเปเปอร์

และรูปของฉันทั้งหมด

ถูกลบลงไปต่อหน้าต่อตา

พร้อมกับคำพูดเย็นชาที่ว่า

"อื้ม ไม่มีรูปแมมมิในมือถืออ๊อฟ (นามสมมุติ) แล้วนะ"

 

ราวกับจะลบฉันออกไปจากโลกของเขา

ไปลบเองคนเดียวไม่ได้รึไง

ทำไมต้องมาลบให้เห็นด้วย !!

 

 

 

แต่ที่เป็นการทำร้ายจิตใจขั้นสูงสุดก็คือ...

อ๊อฟ (นามสมมุติ) ได้นำของทั้งหมดที่ฉันเคยให้

ทุกชิ้น ทั้งของที่ทำจากมือแมม  ของจุ๊กจิ๊ก

ตั๋วหนัง ตั๋วรถเมล์  ฯลฯ แม้กระทั่งกระดาษทิชชู

ก็ถูกนำใส่ถุง I Mobile

กลับคืนให้ฉัน

 

ราวกับเป็นถุงขยะ

 

คงเป็น  "ขยะความรู้สึก"  ของเขา

 

แต่สำหรับฉัน

ของทุกชิ้นล้วนมีคุณค่า

มีความหมาย

และเป็นเครื่องบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ

ที่มีเรามีร่วมกัน

 

 

 

 

หัวใจถูกทำร้ายอย่างมากกกกกกกกกก

 

 

 

 

 

 

 

                       ปิ๊ง ๆ

ทำไมอยู่ดีดีถึงเกิดความรักขึ้นมาได้นะ ??

 

                      

 

        ปิ๊ง = ดึงดูดใจ  หรือความเสน่หา

                     ใช่มั้ย ?

 

ความดึงดูดใจ  นำพาคน 2 คน ให้มาใกล้ชิดกัน

และถ้ามีความใกล้ชิดกันเพียงพอ

ความสัมพันธ์นั้นก็อาจพัฒนาเป็นความรัก

 

               

                ปิ๊ง = จุดเริ่มต้น !!

 

     แต่ปิ๊ง จะกลายเป็นความรักได้นั้น 

      ต้องมีองค์ประกอบ  3  อย่าง

(Sternberg, 1986 , 1988 เค้าบอกไว้)

 

 

1. ความใกล้ชิด (Intimacy)

 อย่างที่ว่า " รักแท้...แพ้ใกล้ชิด" ก็มีส่วนนะ

เพราะคู่รัก ต้องมีความคุ้ยเคยและใกล้ชิดกันในความรู้สึก

มีความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง

มีความเอื้ออาทร

และไว้วางใจกัน

 

 

2. ความเสน่หา (Passion)

เป็นความดึงดูดระหว่างเพศ

ซึ่งเกิดจากแรงขับภายในร่างกายตามธรรมชาติของเรานั่นเอง

เป็นความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นโดยสรีระหรือท่าทางของอีกฝ่ายนึง

ทำให้เกิดความคิดถึง  อยากเจอหน้า  อยากกอด  อยากจับมือ

ความเสน่หานี่แหละ

ที่ทำให้ความสัมพันธ์แบบคู่รัก ต่างจากความสัมพันธ์แบบอื่น ๆ

 

 

3. ความผูกมัด (Commitment)

ก็คือ การตัดสินใจว่าจะมีพันธะทางใจร่วมกัน

มีความรับผิดชอบต่อกัน

พูดง่าย ๆ ก็คือ

การตกลงใจแต่งงานกันนั่นเอง

หรือถ้าเป็นแฟนกัน

ก็คือการรักษาคำมั่นสัญญา

ว่าจะไม่นอกใจกันหรอกนะ 

ห้ามแอบมีใจให้คนอื่นนะ !!   ไม่งั้น ตายยยยย !!!

 

   

 

ถ้ามีแต่ความใกล้ชิดอย่างเดียว

ก็ถือว่า แค่ชอบ  ไม่ได้รัก (Liking)

 

ถ้ามีแต่ความเสน่หา

อันนี้ก็แค่คู่นอนข้ามคืน (Infraluation)

 

ถ้ามีแต่ความผูกมัด

อันนี้ก็คลุมถุงชนดีดีนี่เอง (Empty Love)

 

ถ้ามีความใกล้ชิด กับ ความเสน่หา

แบบนี้ฮิตมาก  (Romantic Love) 

ที่วัยรุ่นส่วนใหญ่มีแฟนก็แบบนี้

ดูหวานชื่น  แต่ไม่ยืนยาวหรอกนะ

เพราะว่า ความเสน่หาน่ะ แค่ 1-2 ปีก็หมดแล้ว!!

 

ถ้ามีความเสน่หา กับ ความผูกมัด

อันนี้ก็เหมือนคนที่คบกัน 2-3 เดือน แล้วแต่งกันเลย

ยังไม่ทันมีความผูกพันกันเลย

ไม่ดีๆ (Fatuous Love)

 

ถ้ามีความใกล้ชิด กะ ความผูกมัด

อันนี้ก็ดูดีหน่อย

แต่ก็เป็นความรักแบบเพื่อน (Companionate Love)

 

 

 

ถ้ามีครบทั้ง ความใกล้ชิด  ความเสน่หา  และความผูกมัด

ถึงจะเรียกว่า  รักแท้ (Comsummate Love) 

 

 

          ใคร ๆ ก็อยากมีรักแท้

   ไม่งั้นซีรีย์เกาหลีคงไม่ดังเปรี้ยง 

  ไม่มีคนติดตรึมอย่างนี้หรอก

           จริงมั้ย ??

 

 

    รักแท้  ไม่ได้มีแค่ในนิยาย

 

 

   รักแท้....สร้างได้

 

 

วันนี้เรารู้หลักของรักแท้แล้ว

 

รักแท้....สร้างได้ด้วยมือคุณเอง ( และมือคู่รักของคุณด้วย) ^^

 

      

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     เค้า รัก ตัวเองนะ     

      ขั้น รัก แกว่ะ

  รักนะ...จุ๊บ จู๊บบบบบ  จ๊วบบบบบบบบบ

                     

 

 ฉันรักเธอ  3 คำสั้น ๆ  ที่คนมีแฟน  ก็อยากได้ยินจากแฟน

คนที่ไม่มีแฟน T___T 

ก็ยิ่งอยากให้มีใครซักคนมาบอกอย่างนี้บ้างงงงง

 

แล้วรู้รึเปล่าว่า  คำว่า  รัก  เนื่ย คืออะไร

 

 

 

สิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์แบบ  "คู่รัก" 

ต่างไปจากความสัมพันธ์แบบอื่น ๆ

ก็คือ....ความรัก

 

ความรัก...เป็นความรู้สึกพิเศษที่บุคคลหนึ่งมีต่ออีกคนหนึ่ง

Lasswell (1976) กล่าวว่า

ความรักระหว่างชายหญิงมีหลายแบบ

และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ต่างกัน

 

ตอนแรก  จะเป็นช่วงจีบ

 

ชายหญิงจะมีความรักแบบโรแมนติก (Romantic Love)

 

เมื่อคบกันซักพัก ความรักที่มีเหตุผล (Logical - sensible Love)

ก็จะเกิดขึ้น

 

และเมื่อเป็นแฟนกันนานวันเข้า

ความรักฉันเพื่อน (Lifelong - Friendship)

ก็จะเกิดขึ้นแทนที่ !!!

 

 

ในช่วงต้นของการจีบ

ชายหญิง จะอยู่ในภาวะที่เรียกว่า "Idealization"

คือ  การมองอีกฝ่ายเป็นอุดมคติ

เช่น  เมื่อผู้ชายมองคนที่ตัวเองรัก  ก็จะเห็นแต่คุณสมบัติที่ดีและเพียบพร้อม

ไม่เห็นข้อบกพร่องอะไร

บางครั้งก็จะมองเฉพาะสิ่งที่เค้าต้องการเห็น

หรือคาดหวังในตัวเธอ

ต่างฝ่ายจะพยายามสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นมา

เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งพอใจ

 

 

เมื่อเวลาผ่านไป

ความตื่นเต้นจะลดลง

และความจริงก็จะชัดเจนขึ้น ++

จนทำให้อาจยอมรับข้อบกพร่องของกันและกันได้ยาก

 

 

แต่ถ้าความรักเติบโต

และมีวุฒิภาวะมากขึ้น

คู่รัก...ก็จะยอมรับข้อบกพร่องของกันได้

เนื่องจากโลกนี้...ไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ

 

 

 

แต่ในหลายคู่... โดยเฉพาะวัยอย่างเรา ๆ

ความรักแบบโรแมนติกไม่ได้พัฒนา

ไปเป็นความรักที่ถึงวุฒิภาวะ

ก็เลยเกิดปัญหาตามมาหลายอย่าง

อกหัก  เสียใจ  ร้องไห้  ฟูมฟาย  นั่นเอง

 

                     

 

 

เนื่องจากส่วนใหญ่พอหมดระยะ Romantic Love

ต่างฝ่ายก็จะมองว่าคนรักเปลี่ยนไป ...

 

แต่ถ้าเราเข้าใจว่า...มันคือธรรมชาติ

เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับ

ถึงเวลาที่ต้องปรับตัวเข้าหากัน

ทั้งคู่ก็จะมีความรักที่ยืนยาวได้

 

 

 

ทีนี้ก่อนบอกรักใคร

ก็ลองถามใจตัวเองดูนะคะ

 

ว่าคุณเข้าใจความหมาย  และยอมรับลำดับขั้นของความรักได้มั้ย

พร้อมที่จะจับมือคนที่คุณรัก

ก้าวไปในทุกขั้นของความรักด้วยกันได้รึเปล่า...